Welcome To Our Site...

This section is to display just about any kind of information you'd like. To remove this section simply delete any references to 'intro.php' in the Main Index Template.

การปรับตัวในอนาคตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทย

Posted By on June 11, 2015

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยมีข้อจำกัดและความเสี่ยงทั้งทางด้านโครงสร้างการส่งออกและการผลิตซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ การขาดความเชื่อมโยงของอุตสาหกรรม การแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นในตลาดโลก และความเสี่ยงในการโยกย้ายการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ไทยจึงต้องเร่งปรับตัว ทั้งนี้เพื่อเผชิญหน้ากับความท้าทายของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยในอนาคต ไทยจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพในการเติบโตของอุตสาหกรรมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นโดยการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี การขยายฐานผลิตภัณฑ์ รวมถึงการสร้างความเชื่อมโยงของอุตสาหกรรม โดยทางภาครัฐอาจมีแนวทางส่งเสริมและสนับสนุน ดังต่อไปนี้

การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาโดยเฉพาะด้านการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนต้นน้ำ
เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงของสายการผลิต และเพิ่มมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรม ความไม่สมบูรณ์ในห่วงโซ่การผลิตเป็นอุปสรรคหนึ่งของการพัฒนาอุตสาหกรรมและทำให้อุตสาหกรรมไทยมีมูลค่าเพิ่มต่ำ และต้องส่งเสริมการสร้างบุคลากรโดยร่วมมือกับทางภาคธุรกิจ ทั้งนี้ข้อจำกัดทางด้านบุคลากรของไทย คือ ขาดทักษะด้านภาษา ขาดแคลนบุคลากรที่มีความชํานาญเฉพาะด้าน ผู้ที่มีความสามารถในการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ที่มีความรู้ในการผลิตที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ดังนั้นภาครัฐควรเร่งให้การสนับสนุนเพิ่มจำนวนบุคลากรด้านการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์

การส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศในอิเล็กทรอนิกส์ที่มีแนวโน้มเติบโตและตลาดโลกต้องการ
เพื่อมุ่งให้เกิดการดึงคลัสเตอร์ของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องเข้ามาด้วย ซึ่งที่ผ่านมาไทยประสบความสำเร็จในการดึงคลัสเตอร์การผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ สำหรับคลัสเตอร์ที่ไทยมีความเป็นไปได้ในการพัฒนา คือ คลัสเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีศักยภาพในการพัฒนาให้เกิดขึ้น เนื่องจากไทยมีการลงทุนของผู้ผลิตแบรนด์ชั้นนำต่างชาติอยู่เป็นจำนวนมากในอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ และเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับเทคโนโลยีอื่นๆที่รัฐควรให้การสนับสนุนเนื่องจากอยู่ในช่วงของการเติบโตหรือมีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต ได้แก่

การผลิตอิเล็กทรอนิกส์สำหรับสมาร์ทโฟน ซึ่งสมาร์ทโฟนอยู่ในช่วงที่กำลังเติบโต โดยมีคลัสเตอร์การผลิตอยู่ที่เวียดนามและจีน ซึ่งไทยอาจใช้สิทธิประโยชน์จากการเป็นประเทศในสมาชิกอาเซียนบวกสาม และระยะทางการขนส่งที่ใกล้ พยายามเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่การผลิตสมาร์ทโฟนในอิเล็กทรอนิกส์ที่ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันได้ เช่น วงจรรวม (โดยเฉพาะประเภท NAND) วงจรพิมพ์ (โดยเฉพาะประเภท Flexible printed circuits และ multi-layer PCB) และเซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น อย่างไรก็ดี การที่ไทยจะเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตสมาร์ทโฟนได้นั้น ภาครัฐต้องพยายามดึงดูดการลงทุนจากเกาหลีใต้และไต้หวัน ซึ่งเป็นห่วงโซ่การผลิตหลักของสมาร์ทโฟนเข้ามาลงทุนในไทยให้มากขึ้น

การผลิต Radio Frequency Identification (RFID) เทคโนโลยี RFID จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในอนาคตเนื่องจากมีตลาดที่กว้าง มีการนําไปใช้มากขึ้นในธุรกิจโลจิสติกส์และคาดว่าจะใช้แพร่หลายมากขึ้นในธุรกิจ เช่น ค้าปลีก สนามบินและการเกษตร แนวทางการพัฒนาอาจเป็นโครงการร่วมมือระหว่างภาครัฐ เช่น สถาบัน RFID ประเทศไทย และสถาบันการศึกษาร่วมกับเอกชนผู้ผลิต RFID และผู้ประกอบการในธุรกิจที่ใช้ RFID เพื่อพัฒนาสินค้าให้ตอบสนองความต้องการเฉพาะของอุตสาหกรรมที่นำไปใช้โดยมีราคาที่ต่ำลง

ดังนั้นการปรับตัวในอนาคตของอิเล็กทรอนิกส์ไทยเพื่อส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันในอนาคต การปรับโครงสร้างการผลิตของอิเล็กทรอนิกส์กลางน้ำโดยเพิ่มสัดส่วนการผลิตสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆที่มีโอกาสทางการตลาดสูงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ในขณะที่การพัฒนาเทคโนโลยีแกนหลักที่เป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนของอิเล็กทรอนิกส์ต้นน้ำก็มีส่วนสำคัญที่จะต้องถูกพัฒนาควบคู่กันไป

การนำวงจรอิเล็กทรอนิกส์มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

Posted By on May 21, 2015

20683-1
ปัจจุบันมนุษย์เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์อยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ อุปกรณ์ในการติดต่อสื่อสารและแม้กระทั่งเครื่องมือรักษาทางการแพทย์ เนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีทางอิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการพัฒนาความรู้ทางด้านไฟฟ้าของนักวิทยาศาสตร์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันจนทำให้วิทยาศาสตร์ด้านไฟฟ้าเจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ภายในวงจรไฟฟ้าจะประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำหน้าที่เปลี่ยนรูปพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานรูปแบบต่างๆ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้จะมีลักษณะและการทำงานที่แตกต่างกันไปตามชนิดและประเภทของอุปกรณ์นั้นๆ

การประกอบวงจรด้านอิเล็กทรอนิกส์ เป็นส่วนหนึ่งในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ ซึ่งช่วยสร้างให้เกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ต่อไป ดังนั้นจึงนับว่าเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมและกระตุ้นการเรียนรู้ของนักศึกษาได้เป็นอย่างดี และเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการปฏิบัติงานอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกันโดยใช้ตัวนำไฟฟ้า เช่นสายไฟ หรือ แผ่นวงจรพิมพ์หรือแผ่นปรินซ์ ที่เป็นลายทองแดง สำหรับอุปกรณ์ประเภทที่มีหลายขา เช่น ไดโอด, ทรานซิสเตอร์, ไดแอค, ไตรแอค ต้องระวังเรื่องตำแหน่งขาและขนาด โดยทั่วไปต้องใส่ให้ถูกขาและถูกเบอร์ และอุปกรณ์ประเภทไอซี ควรระวังเรื่องตำแหน่งขา เพราะอาจเสียหายทันทีถ้าใส่ผิด

วงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

1.เมนสวิตช์ เป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้สำหรับ ตัดต่อวงจรของสายเมนเข้าอาคารกับสายภายในทั้งหมด ทำหน้าที่คอยควบคุมการใช้ไฟฟ้าให้เกิดความปลอดภัย
2.เบรกเกอร์ เป็นอุปกรณ์ที่สามารถใช้สับหรือปลดวงจรไฟฟ้าได้โดยอัตโนมัติ โดยกระแสลัดวงจรนั้นต้องไม่เกินขนาดพิกัด ในการตัดกระแสลัดวงจรของเครื่อง (IC)
3.ฟิวส์ เป็นอุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกินชนิดหนึ่ง โดยจะตัดวงจรไฟฟ้าอัตโนมัติเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลเกินค่าที่กำหนด
4.เครื่องตัดไฟรั่ว สามารถปลดวงจรได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อมีกระแสไฟฟ้ารั่วไหลลงดินในปริมาณที่มากกว่าค่าที่กำหนดไว้
5.สายดิน มีไว้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อการใช้ไฟฟ้า ปลายด้านหนึ่งของสายดินจะต้องมีการต่อลงดิน ส่วนปลายอีกด้านหนึ่งจะต่อเข้ากับวัตถุหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า
6.เต้ารับ คือขั้วรับสำหรับหัวเสียบจากเครื่องใช้ไฟฟ้า ปกติเต้ารับจะติดตั้งอยู่กับที่ เช่น ติดอยู่กับผนังอาคาร เป็นต้น
7.เต้าเสียบ คือขั้วหรือหัวเสียบจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อเสียบเข้ากับเต้ารับ ทำให้สามารถใช้เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นได้
8.เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 1 เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปที่มีความหนาของฉนวนไฟฟ้าเพียงพอสำหรับการใช้งานปกติเท่านั้น ผ่านทางขั้วสายดินของเต้าเสียบ-เต้ารับ
9.เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 2 เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการหุ้มฉนวน ส่วนที่มีไฟฟ้า ด้วยฉนวนที่มีความหนาเป็น 2 เท่าของความหนาที่ใช้สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วๆไป
10.เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 3 เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กับแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับไม่เกิน 50 โวลต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนี้ไม่ต้องมีสายดิน

สภาพแวดล้อมทางธุรกิจของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์

Posted By on March 27, 2015

อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยสามารถทำรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศจำนวนมาก อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจึงทำให้เป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการรองรับแรงงานในภาคอุตสาหกรรม เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่มีการจ้างแรงงานจำนวนมาก ประเทศไทยถือได้ว่ามีศักยภาพในด้านปัจจัยการผลิตไม่ว่าจะเป็นทางด้านทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรความรู้ โดยมีการพัฒนาลักษณะการผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น และเมื่อวิเคราะห์ทางด้านภูมิศาสตร์พบว่าประเทศไทยมีความได้เปรียบในเชิงการค้าในภูมิภาค อินโดจีนและมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค จึงเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวกในด้านการขนส่ง ซึ่งอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์ของประเทศไทยมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด โดยส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม คือ การจ้างงานและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังขาดศักยภาพในการแข่งขันด้านนวัตกรรมหรือความหลากหลายเชิงสร้างสรรค์เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น

อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์แบ่งออกเป็น อุตสาหกรรมต้นน้ำ อุตสาหกรรมกลางน้ำและอุตสาหกรรมปลายน้ำ ได้ดังนี้

– อุตสาหกรรมต้นน้ำ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์ คือ การออกแบบวงจรไฟฟ้า การผลิตและเจือสารแผ่นเวเฟอร์

– อุตสาหกรรมกลางน้ำ คือ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิคส์ซึ่งประกอบด้วยการผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (Printed Circuit Board : PCB) และชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิคส์อื่นๆ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออกเป็นหลัก ดังนั้น จึงต้องพึ่งพาความต้องสินค้าจากต่างประเทศปัจจุบันอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศถึงร้อยละ 80 ใช้วัตถุดิบในประเทศร้อยละ 20

– อุตสาหกรรมปลายน้ำ คือ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ อุปกรณ์โทรคมนาคม เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งผู้ผลิตมีการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีการออกแบบและมีความสามารถในการผลิตชิ้นส่วน ส่วนประกอบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ทำให้เครื่องใช้ภายในบ้านที่ผลิตในประเทศไทยมีรูปแบบสวยงาม คุณภาพดี การผลิตเครื่องใช้ภายในบ้าน รวมทั้งมีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมในประเทศสูง

การสร้างโอกาสให้อุตสาหกรรมประดับยนต์เติบโตในอาเซียน

Posted By on February 27, 2015

อุตสาหกรรมยานยนต์มีทิศทางที่ดีและมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากนโยบายในประเทศและนโยบายของรัฐบาลประเทศต่างๆในการลงทุนระบบขนส่งมวลชน ที่เชื่อมโยงระหว่างประเทศ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความต้องการรถยนต์ของประชาชนในประเทศอาเซียนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมาถึงของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นฐานการผลิตและจัดจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และที่สำคัญเป็นผู้นำในด้านการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ และส่วนประกอบในภูมิภาคอาเซียน จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบการไทยควรวางแผนบุกตลาดในอาเซียนมากยิ่งขึ้น

นับเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบการไทยควรวางแผนบุกตลาดในอาเซียนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกลุ่มประเทศในอาเซียนมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นเรื่อยๆ หากสามารถเจาะตลาดประเทศกลุ่มนี้ได้ก็จะเป็นการสร้างโอกาสในการเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายและเพิ่มยอดการส่งออกสินค้าให้ได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลัก ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการพัฒนาผู้ประกอบการ และยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมทั้งแข่งขันได้ในตลาดสากล ความต้องการของสินค้าประดับยนต์ที่เติบโตสอดคล้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์นั้นมีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อันมีผลมาจากนโยบายรถคันแรกของรัฐบาลส่งผลเชิงบวกต่อยอดขายของบริษัทอย่างมาก

เหตุผลที่ทำให้สินค้าของบริษัทครองใจผู้บริโภค สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือ การออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และคุณภาพการผลิตที่ได้รับรองคุณภาพจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกใช้สินค้าของบริษัท โดยธุรกิจประดับยนต์สามารถแบ่งประเภทออกเป็น 7 ประเภทใหญ่ๆ คือ อุปกรณ์ตกแต่งภายนอก ซึ่งจะเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งภายนอกตัวรถยนต์ ต่อมาคือฟิล์มกรองแสง สินค้านี้มีคุณสมบัติในการป้องกันแสงแดดโดยสินค้าจะถูกติดที่กระจกรถยนต์เพื่อทำการกรองแสงยูวี ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งฟิลม์กรองแสงมีหลายยี่ห้อและหลายสีด้วยกัน

จากนั้นจะเป็นอุปกรณ์ประเภท เครื่องเสียง ประกอบไปด้วย เครื่องเสียง พาวเวอร์แอมป์ ลำโพง ปรีแอมป์ โดยแต่ละรายการจะมียี่ห้อแตกต่าง จากนั้นเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีหลายชนิด ได้แก่ สัญญาณเตือนถอยหลัง (SENSOR) สัญญาณกันขโมย ระบบ จีพีเอส นำทาง เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการขับขี่รถยนต์ และเพื่อความปลอดภัยของรถยนต์ แอร์ ถือเป็นประดับยนต์อีกประเภทหนึ่งเพื่อช่วยทำความเย็น และสุดท้ายคือ หลอดไฟ เป็นอุปกรณ์รถยนต์ที่จำเป็นในการขับขี่เวลากลางคืน ซึ่งหลอดไฟมีหลายส่วนด้วยกัน ได้แก่ โคมไฟหน้า โคมไฟท้าย  ไฟเบรกดวงที่ 3  หรือไฟใต้ท้อง

แนวโน้มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในอนาคตในอดีตพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้รับความนิยมเหมือนในปัจจุบัน

Posted By on January 29, 2015

19

แนวโน้มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในอนาคตในอดีตพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้รับความนิยมเหมือนในปัจจุบัน เนื่องจากปัญหาเรื่องระบบ การชำระเงิน ระบบการส่งสินค้า และระบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งในปัจจุบันได้มีการแก้ปัญหาและพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น ดังนั้นแนวโน้มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในอนาคตจะเอื้อประโยชน์ในด้านต่างๆ ทั้งต่อผู้ซื้อและผู้ขายมากขึ้น ดังนี้เว็บไชด์ที่ให้บริการในอนาคตจะมีระบบการบริการลูกค้าอย่างส่วนตัว โดยมีการเก็บข้อมูลต่างๆ ของลูกค้า เช่น ข้อมูลทางการเงินข้อมูลความต้องการในการซื้อสินค้า ประเภทของสินค้าที่ลูกค้าซื้อไป ทั้งนี้ รวมไปถึงข้อมูลที่เป็นลักษณะส่วนบุคคล เช่น สีหรือลักษณะที่ชอบ จากนั้นเว็บไซด์ก็จะปรับเปลี่ยนไปตามลักษณะของลูกค้าแต่ละคน เพื่อนำเสนอสินค้าได้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุดระบบการจัดส่งสินค้าและการบริการหลังการขายจะมีความสะดวกรวดเร็วกว่าในปัจจุบันโดยจะส่งสินค้าหลังจากการสั่งซื้อและชำระเงินทางบัตรเครดิตภายในวันเดียวหรือไม่เกิน 24 ชั่วโมง

ราคาสินค้าจะปรับเปลี่ยนไปตามปริมาณของการซื้อขายของลูกค้าแต่ละคน ทั้งจำนวนที่ลูกค้าซื้อในแต่ละครั้งและความถี่ในการสั่งซื้อสินค้า หากลูกค้าสั่งซื้อสินค้าในปริมาณที่มากหรือมีความถี่ในการสั่งซื้อสินค้าสูงราคาสินค้าก็จะลดลง เป็นต้นลูกค้าสามารถสั่งสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านทางเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ต เช่น ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าประเภทของสดต่างๆ ผ่านทางตู้เย็นหรือการสั่งซื้อของใช้ส่วนตัวผ่านนาฬิกาข้อมือ ทั้งนี้ต้องมีการพัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีต่างๆ ควบคู่ไปกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยโปรแกรมอัจฉริยะ (Intelligent Agent) คือ โปรแกรมที่ใช้สำหรับค้นหาสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้สินค้าในราคาถูกภายใต้เงื่อนไขที่ดีที่สุด นอกจากนี้โปรแกรมดังกล่าวจะติดตามราคาและเงื่อนไขในการซื้อสินค้านั้นๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ เมื่อได้ราคาและเงื่อนไขตามที่ลูกค้า
ต้องการแล้วจึงนำเสนอสินค้านั้นแก่ลูกค้า