Welcome To Our Site...

This section is to display just about any kind of information you'd like. To remove this section simply delete any references to 'intro.php' in the Main Index Template.

สภาพแวดล้อมทางธุรกิจของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์

Posted By on March 27, 2015

อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยสามารถทำรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศจำนวนมาก อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจึงทำให้เป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการรองรับแรงงานในภาคอุตสาหกรรม เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่มีการจ้างแรงงานจำนวนมาก ประเทศไทยถือได้ว่ามีศักยภาพในด้านปัจจัยการผลิตไม่ว่าจะเป็นทางด้านทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรความรู้ โดยมีการพัฒนาลักษณะการผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น และเมื่อวิเคราะห์ทางด้านภูมิศาสตร์พบว่าประเทศไทยมีความได้เปรียบในเชิงการค้าในภูมิภาค อินโดจีนและมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค จึงเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวกในด้านการขนส่ง ซึ่งอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์ของประเทศไทยมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด โดยส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม คือ การจ้างงานและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังขาดศักยภาพในการแข่งขันด้านนวัตกรรมหรือความหลากหลายเชิงสร้างสรรค์เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น

อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์แบ่งออกเป็น อุตสาหกรรมต้นน้ำ อุตสาหกรรมกลางน้ำและอุตสาหกรรมปลายน้ำ ได้ดังนี้

– อุตสาหกรรมต้นน้ำ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์ คือ การออกแบบวงจรไฟฟ้า การผลิตและเจือสารแผ่นเวเฟอร์

– อุตสาหกรรมกลางน้ำ คือ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิคส์ซึ่งประกอบด้วยการผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (Printed Circuit Board : PCB) และชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิคส์อื่นๆ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออกเป็นหลัก ดังนั้น จึงต้องพึ่งพาความต้องสินค้าจากต่างประเทศปัจจุบันอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศถึงร้อยละ 80 ใช้วัตถุดิบในประเทศร้อยละ 20

– อุตสาหกรรมปลายน้ำ คือ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ อุปกรณ์โทรคมนาคม เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งผู้ผลิตมีการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีการออกแบบและมีความสามารถในการผลิตชิ้นส่วน ส่วนประกอบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ทำให้เครื่องใช้ภายในบ้านที่ผลิตในประเทศไทยมีรูปแบบสวยงาม คุณภาพดี การผลิตเครื่องใช้ภายในบ้าน รวมทั้งมีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมในประเทศสูง

การสร้างโอกาสให้อุตสาหกรรมประดับยนต์เติบโตในอาเซียน

Posted By on February 27, 2015

อุตสาหกรรมยานยนต์มีทิศทางที่ดีและมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากนโยบายในประเทศและนโยบายของรัฐบาลประเทศต่างๆในการลงทุนระบบขนส่งมวลชน ที่เชื่อมโยงระหว่างประเทศ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความต้องการรถยนต์ของประชาชนในประเทศอาเซียนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมาถึงของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นฐานการผลิตและจัดจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และที่สำคัญเป็นผู้นำในด้านการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ และส่วนประกอบในภูมิภาคอาเซียน จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบการไทยควรวางแผนบุกตลาดในอาเซียนมากยิ่งขึ้น

นับเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบการไทยควรวางแผนบุกตลาดในอาเซียนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกลุ่มประเทศในอาเซียนมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นเรื่อยๆ หากสามารถเจาะตลาดประเทศกลุ่มนี้ได้ก็จะเป็นการสร้างโอกาสในการเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายและเพิ่มยอดการส่งออกสินค้าให้ได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลัก ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการพัฒนาผู้ประกอบการ และยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมทั้งแข่งขันได้ในตลาดสากล ความต้องการของสินค้าประดับยนต์ที่เติบโตสอดคล้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์นั้นมีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อันมีผลมาจากนโยบายรถคันแรกของรัฐบาลส่งผลเชิงบวกต่อยอดขายของบริษัทอย่างมาก

เหตุผลที่ทำให้สินค้าของบริษัทครองใจผู้บริโภค สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือ การออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และคุณภาพการผลิตที่ได้รับรองคุณภาพจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกใช้สินค้าของบริษัท โดยธุรกิจประดับยนต์สามารถแบ่งประเภทออกเป็น 7 ประเภทใหญ่ๆ คือ อุปกรณ์ตกแต่งภายนอก ซึ่งจะเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งภายนอกตัวรถยนต์ ต่อมาคือฟิล์มกรองแสง สินค้านี้มีคุณสมบัติในการป้องกันแสงแดดโดยสินค้าจะถูกติดที่กระจกรถยนต์เพื่อทำการกรองแสงยูวี ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งฟิลม์กรองแสงมีหลายยี่ห้อและหลายสีด้วยกัน

จากนั้นจะเป็นอุปกรณ์ประเภท เครื่องเสียง ประกอบไปด้วย เครื่องเสียง พาวเวอร์แอมป์ ลำโพง ปรีแอมป์ โดยแต่ละรายการจะมียี่ห้อแตกต่าง จากนั้นเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีหลายชนิด ได้แก่ สัญญาณเตือนถอยหลัง (SENSOR) สัญญาณกันขโมย ระบบ จีพีเอส นำทาง เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการขับขี่รถยนต์ และเพื่อความปลอดภัยของรถยนต์ แอร์ ถือเป็นประดับยนต์อีกประเภทหนึ่งเพื่อช่วยทำความเย็น และสุดท้ายคือ หลอดไฟ เป็นอุปกรณ์รถยนต์ที่จำเป็นในการขับขี่เวลากลางคืน ซึ่งหลอดไฟมีหลายส่วนด้วยกัน ได้แก่ โคมไฟหน้า โคมไฟท้าย  ไฟเบรกดวงที่ 3  หรือไฟใต้ท้อง

แนวโน้มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในอนาคตในอดีตพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้รับความนิยมเหมือนในปัจจุบัน

Posted By on January 29, 2015

19

แนวโน้มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในอนาคตในอดีตพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้รับความนิยมเหมือนในปัจจุบัน เนื่องจากปัญหาเรื่องระบบ การชำระเงิน ระบบการส่งสินค้า และระบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งในปัจจุบันได้มีการแก้ปัญหาและพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น ดังนั้นแนวโน้มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในอนาคตจะเอื้อประโยชน์ในด้านต่างๆ ทั้งต่อผู้ซื้อและผู้ขายมากขึ้น ดังนี้เว็บไชด์ที่ให้บริการในอนาคตจะมีระบบการบริการลูกค้าอย่างส่วนตัว โดยมีการเก็บข้อมูลต่างๆ ของลูกค้า เช่น ข้อมูลทางการเงินข้อมูลความต้องการในการซื้อสินค้า ประเภทของสินค้าที่ลูกค้าซื้อไป ทั้งนี้ รวมไปถึงข้อมูลที่เป็นลักษณะส่วนบุคคล เช่น สีหรือลักษณะที่ชอบ จากนั้นเว็บไซด์ก็จะปรับเปลี่ยนไปตามลักษณะของลูกค้าแต่ละคน เพื่อนำเสนอสินค้าได้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุดระบบการจัดส่งสินค้าและการบริการหลังการขายจะมีความสะดวกรวดเร็วกว่าในปัจจุบันโดยจะส่งสินค้าหลังจากการสั่งซื้อและชำระเงินทางบัตรเครดิตภายในวันเดียวหรือไม่เกิน 24 ชั่วโมง

ราคาสินค้าจะปรับเปลี่ยนไปตามปริมาณของการซื้อขายของลูกค้าแต่ละคน ทั้งจำนวนที่ลูกค้าซื้อในแต่ละครั้งและความถี่ในการสั่งซื้อสินค้า หากลูกค้าสั่งซื้อสินค้าในปริมาณที่มากหรือมีความถี่ในการสั่งซื้อสินค้าสูงราคาสินค้าก็จะลดลง เป็นต้นลูกค้าสามารถสั่งสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านทางเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ต เช่น ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าประเภทของสดต่างๆ ผ่านทางตู้เย็นหรือการสั่งซื้อของใช้ส่วนตัวผ่านนาฬิกาข้อมือ ทั้งนี้ต้องมีการพัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีต่างๆ ควบคู่ไปกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยโปรแกรมอัจฉริยะ (Intelligent Agent) คือ โปรแกรมที่ใช้สำหรับค้นหาสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้สินค้าในราคาถูกภายใต้เงื่อนไขที่ดีที่สุด นอกจากนี้โปรแกรมดังกล่าวจะติดตามราคาและเงื่อนไขในการซื้อสินค้านั้นๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ เมื่อได้ราคาและเงื่อนไขตามที่ลูกค้า
ต้องการแล้วจึงนำเสนอสินค้านั้นแก่ลูกค้า

ความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีทุกวันนี้ยังมีส่วนเร่งให้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์นั้นกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์เร็วขึ้น

Posted By on December 13, 2014

ด้วยความหลากหลายของเทคโนโลยีที่มีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว จึงเป็นเหตุให้การบริโภคสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง และกระจายไปสู่ประชากรทุกชนชั้น ทั้งโทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์รุ่นใหม่ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ประกอบกับการก้าวกระโดดของภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำให้การล้าสมัยของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดเป็นไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ในปีหนึ่งๆ เราบริโภคสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์กันมากน้อยเพียงใด บางคนอาจจะตอบว่า เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือทุกปี เพราะรุ่นใหม่ๆ ออกมาอยู่ตลอด ถ้าไม่เปลี่ยนอาจจะตกเทรนด์ โดยเฉพาะโทรทัศน์จอแอลซีดี ที่มีราคาต่ำลงจนน่าตกใจ ยังไม่รวมคอมพิวเตอร์ ที่หลายท่านมีไว้ในครอบครองทั้งพีซีและโน้ตบุ้ค ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ หลายท่านก็ใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพหรือเต็มอายุสินค้านัก ก็อาจจะเปลี่ยนใหม่ เรามักจะหาซื้อมาใช้กันมากมาย โดยไม่ได้คำนึงถึงว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะเสื่อมสภาพการใช้งานเมื่อใด และจะนำไปกำจัดทิ้งอย่างไร เพื่อไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนและผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม

ความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีทุกวันนี้ยังมีส่วนเร่งให้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์อยู่ในสภาพตกรุ่นเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีอัตราการเปลี่ยนเครื่องบ่อยที่สุด อายุการใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์ปัจจุบัน อยู่ระหว่าง 3-5 ปี ขณะที่โทรศัพท์มือถือมีอายุใช้งานเฉลี่ย 18 เดือน อายุการใช้งานบวกกับจำนวนผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลกนั้น กำลังเป็นปัจจัยที่เพิ่มขึ้นของขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปพร้อมๆกัน

ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์จากทั่วโลกมีมากถึง 40 – 50 ล้านตันต่อปี ในประเทศไทยเองจากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ ในปี 2546 ประเทศไทยมีขยะอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 58,000 ตัน ในปี 2547 – 2548 มีการนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มือสองจากญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลี และสิงคโปร์ มากถึง 265,000 ตัน จะเห็นได้ว่าเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงมากจนน่าตกใจ

ปัจจุบันปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์มีอัตราการเพิ่มสูงขึ้นเป็น 3 เท่าของขยะมูลฝอยในชุมชน โดยเฉพาะขยะที่มาจากผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงรุ่นและตกรุ่นอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีการเลิกใช้และถูกทิ้งเป็นขยะสะสมเป็นปริมาณมากตามความต้องการของตลาด

นอกจากนี้ ประเทศไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของปลายทางขยะอิเล็กทรอนิกส์จากทั่วโลก ซึ่งถูกแฝงมาในรูปของการนำเข้าสินค้าคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือที่ใช้แล้วจากต่างประเทศ ซึ่งมีอายุการใช้งานสั้นและพร้อมจะเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ สร้างปัญหามลพิษต่อไป

ถ้าหากใครเคยไปเดินที่พันธ์ทิพย์ จะเห็นว่ามีคอมพิวเตอร์มือสองวางขายเป็นจำนวนมาก และคนก็ชอบซื้อ เพราะราคาถูกกว่า 50-70% เลยทีเดียว

ปัญหาที่สำคัญของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทย

Posted By on November 21, 2014

ปัญหาที่สำคัญของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยคือ ต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าประเทศคู่แข่ง อันเป็นผลมาจากการโครงสร้างภาษีที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และอุตสาหกรรมสนับสนุนในประเทศที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ทำให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนในปริมาณค่อนข้างมาก ทั้งนี้ สามารถจำแนกสาเหตุของปัญหาในอุตสาหกรรมได้ดังนี้

(1) ปัญหาโครงสร้างภาษี โดยเฉพาะภาษีวัตถุดิบที่นำเข้ามาผลิตเครื่องปรับอากาศ ยังคงเป็นปัญหาที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทย แม้ว่าทางผู้ประกอบการจะพยายามนำประเด็นนี้ขึ้นมาพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ หลายครั้ง แต่จนถึงขณะปัจจุบัน ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร และยังมีภาษีแฝงอยู่ในส่วนนี้เป็นจำนวนมาก (ปัจจุบันนี้อยู่ในระดับร้อยละ 20-30) ทำให้ปัจจุบันเริ่มมีการโยกย้ายฐานการผลิต ทั้งการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกและเพื่อขายในประเทศ โดยเฉพาะสินค้าที่เริ่มสูญเสียความสามารถในการแข่งขันเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งขันรายใหม่ทั้งในอาเซียนและนอกอาเซียน

(2) อุตสาหกรรมสนับสนุนไทยยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร เช่น อุตสาหกรรมแม่พิมพ์ โรงงานผลิตแม่พิมพ์ไทยกว่าร้อยละ 90 (ที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ ชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ พลาสติก แก้ว ฯ) ยังใช้เทคโนโลยีที่ล้าหลัง เพราะเป็นโรงงานขนาดเล็ก มีความสามารถในการผลิตเพียงร้อยละ 10 การผลิตแม่พิมพ์ของไทยส่วนใหญ่จึงยังไม่ตรงกับความต้องการของบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน ขณะที่ผู้ผลิตแม่พิมพ์ในประเทศที่ผลิตสินค้าได้มาตรฐานมักเป็นของผู้ผลิตต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ส่งผลให้การผลิตแม่พิมพ์เพื่อใช้ในประเทศมีไม่มากเท่าที่ควร ทำให้ไทยต้องนำเข้าแม่พิมพ์ประมาณปีละ 17,150 ล้านบาท และส่งออก 2,269 ล้านบาท

นอกจากนี้ การที่อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทยส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในขั้นปลาย ขณะที่อุตสาหกรรมขั้นต้นและขั้นกลาง ส่วนใหญ่ยังเป็นโรงงานขนาดเล็ก จึงมักมีปัญหาด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการผลิตที่ไม่ทันสมัย และขาดการเชื่อมโยงการผลิตและการรับช่วงการผลิตอย่างเป็นระบบครบวงจร ทำให้การผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกหลายประเภทมีมูลค่าเพิ่มไม่มากเท่าที่ควร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสนับสนุนกับอุตสาหกรรมหลักมีผลให้ต้นทุนการผลิตสูง ประกอบกับต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง อาทิ แผงวงจรไฟฟ้าที่ต้องมีการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศประมาณร้อยละ 82.7 ของมูลค่าเพิ่มทั้งหมด และแผ่นวงจรพิมพ์จำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศกว่าร้อยละ 90 นอกจากนี้ ยังมีปัญหาด้านการวิจัยและพัฒนา ด้านทักษะการบริหารจัดการทั้งในด้านตลาด ต้นทุน และเทคโนโลยี รวมทั้งปัญหาทักษะแรงงานและเงินทุน ที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม